Hell & Heaven Community
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: SUZUKI RE-5 1974-1976 มอเตอร์ไซด์ที่ใช้เครื่องยนต์ โรตารี่  (อ่าน 5786 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
flyturtle80
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 240



อีเมล์
« เมื่อ: 26 พฤศจิกายน 2009, 05:36:22 »

SUZUKI RE-5 1974-1976 มอเตอร์ไซด์ที่ใช้เครื่องยนต์ โรตารี่

ในช่วงยุค 1970 มีหลายบริษัทได้พยายามทดลองและพัฒนา โดย
ในปี 1972 YAMAHA ที่เปิดตัว RZ201 ในงานโตเกียวมอเตอร์โชวร์ 1972 แต่หน้าเสียดายที่มันไม่ได้ถูกผลิตออกจำหน่ายและถูกระงับโครงการไปในปี 1975
ในช่วงต้นปี 1973 บริษัท DKW ของเยอรมัน เปิดตัว Hurcules W2000 Wankel วางจำหน่ายในปี 1974-1976
เพื่อที่จะแซงหน้าคู่แข่งอย่างHonda,Kawasaki ที่เริ่มเปลี่ยนแนวจากเครื่อง2จังหวะไปพัฒนาเครื่อง 4 จังหวะ ที่มีซีซีสูง  
ในปลายปี 1973 SUZUKI เปิดตัว RE-5 ครั้งแรกในงาน โตเกียวมอเตอร์โชวร์ 1973 จากการทุมเทถึง3ปี และ จำหน่ายในต้นปี 1974 - 1976
ในปี 1977 บริษัท Van Veen Kreid ของ เนเธอร์แลนด์  Van Veen OCR 1000 จำหน่ายในปี 1978-1981
ในปี 1980 บริษัท Norton ของ อังกฤษ ได้ผลิต Norton Interpol 2 และ 2A  p52 ให้กับกรมตำรวจอังกฤษ และในปี 1988 ได้ผลิต Norton water cooled classic p43 , Norton commander krauser p53, Norton standard commanderp 53, Norton standard coloured f1 p55, Norton jps special f1 , Norton f1r(fim homologation option), Norton f1r(electronic fuel injection) เป็นบริษัทสุดท้ายผลิต มอเตอร์ไซด์ที่ใช้เครื่องยนต์ โรตารี่ และ บังผลิตอยู่ Norton f2, Norton classic

<a href="http://www.youtube.com/v/SkPeB1rAagU&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;" target="_blank">http://www.youtube.com/v/SkPeB1rAagU&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;</a>

<a href="http://www.youtube.com/v/biYUqHpOq9c&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;" target="_blank">http://www.youtube.com/v/biYUqHpOq9c&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;</a>



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 พฤศจิกายน 2009, 05:57:01 โดย flyturtle80 » บันทึกการเข้า

flyturtle80
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 240



อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: 26 พฤศจิกายน 2009, 05:42:37 »

YAMAHA  RZ201  1972
เครื่อง 2 โรเตอร์
ความจุ 330ccx2
แรงม้า 65ps/6500rpm
แรงบิด 7.8kg-m/4000rpm
ระบายความร้อนด้วยน้ำ


* YAMAHA-1972-RZ201-small.jpg (17.19 KB, 450x272 - ดู 1699 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

flyturtle80
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 240



อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: 26 พฤศจิกายน 2009, 05:47:56 »

SUZUKI  RE-5  1973

เครื่องยนต์ : NSU Wankel-type rotary engine, single rotor, water-cooled housing and oil cooled rotor
ความจุ : 497 cc
แรงม้า : 62 bhp at 6,500 rpm (48 bhp net at 6500 rpm)
แรงบิด : 55 lb-ft at 3,500 rpm (45 lb-ft at 3500 net)
กำลังอัด : 9.4 :1
คาบูเรเตอร์ : Two-barrel, down-draft, 18-32mm automotive-style carb. Mikuni, 18-32 HHD
Lubrication: Dual oil system to lubricate the engine seals
Ignition: Dual ignition system
สตาด์ : 2 ระบบ Electric and kick
เกียร์ : 5-speed, constant mesh
โช๊คหน้า : Front fork Telescopic, oil-dampened
โช๊คหลัง : Rear swing arm Oil-dampened, 5-way Adjustable
เบรคหน้า : Hydraulic caliper dual disc (ดิสคู่)
เบรคหลัง : Internal expanding (ดลัมเบรค)
ยางหน้า : 3.25H19-4PR
ยางหลัง : 4.OOH]8-4PR
ยาว : 87.4 inches
กว้าง : 34.3 inches
สูง : 46.1 inches
ฐานล้อ  : 59.1 inches
ต่ำสุดถึงพื้น : 6.7 inches
น้ำหนักรถปล่าว : 507 lb dry, 552 lb fueled oiled and watered
ความจุถังน้ำมัน : 4.5 gallons US (3.7 gallon Imperial)
อัดตราสิ้นเปลือง : 31-33 mpg ("your mileage my vary")
ความเร็วสูงสุด : 176 km/h (110 mph)
ควอเตอร์ไมล์ : 13.9 sec, 93 mph
สี : Firemist Blue, Firemist Orange


* 1977_R5_rotary_450.jpg (27.32 KB, 450x332 - ดู 1708 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

flyturtle80
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 240



อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: 26 พฤศจิกายน 2009, 05:50:27 »

Van Veen Kreid   Van Veen OCR 1000 1973

เครื่องยนต์ : NSU Wankel-type rotary engine, Dual rotor (2 โรเตอร์)
ความจุก : 996.00 ccm (60.78 cubic inches)  
แรงม้า : 100.00 HP (73.0 kW)) @ 6500 RPM
กำลังอัด : 9.0:1
ระบายความร้อน : Liquid
เกียร์ : 4-speed
ระบบส่งกำลัง : เพรา
นำหนัง : 330.0 kg (727.5 pounds)
ยางหน้า : 110/90-18  
ยางหลัง : 120/90-18  
เบรคหน้า : Dual disc (ดิสคู่)
เบรคหลัง : Single disc
ความเร็วสูงสุด : 213.0 km/h (132.4 mph)
0-100 km/h  5.2 seconds
0-60 mph   4.9 seconds
ความจุถังน้ำมัน : 24.00 litres (6.34 gallons)


* Van_Veen_OCR_1000.jpg (21.96 KB, 433x278 - ดู 1670 ครั้ง.)

* Van_Veen_OCR.jpg (23.73 KB, 400x300 - ดู 1962 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 พฤศจิกายน 2009, 05:55:36 โดย flyturtle80 » บันทึกการเข้า

flyturtle80
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 240



อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: 26 พฤศจิกายน 2009, 06:04:14 »

DKW  Hurcules W2000 Wankel  1973

เครื่อง 1 โรเตอร์
ความจุ 294ccx1
27แรงม้า 6 สปีด
ระบายความร้อนด้วยอากาศ
สตาร์ด เท้า


* Hercules%20W2000%20Wankel.jpg (210.48 KB, 854x849 - ดู 3098 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

flyturtle80
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 240



อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: 26 พฤศจิกายน 2009, 06:22:49 »

Norton Interpol 1980
Norton Interpol2และ 2A 1980 P52
Norton water cooled classic P43
Norton commander krauser P53
Norton standard coloured f1 p55
Norton jps special f1


* NCHInterpolPress500.jpg (29.98 KB, 500x359 - ดู 1649 ครั้ง.)

* SL-Norton-Interpol.jpg (42.38 KB, 400x300 - ดู 1819 ครั้ง.)

* MyPicClassic.jpg (97.44 KB, 512x343 - ดู 1691 ครั้ง.)

* norton_commander_p53.jpg (69.43 KB, 640x426 - ดู 1655 ครั้ง.)

* MyPicF1.jpg (93 KB, 512x345 - ดู 1625 ครั้ง.)

* MyPic1989RCW.jpg (68.93 KB, 512x358 - ดู 1612 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

flyturtle80
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 240



อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: 26 พฤศจิกายน 2009, 06:52:09 »

<a href="http://www.youtube.com/v/6BCgl2uumlI&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;" target="_blank">http://www.youtube.com/v/6BCgl2uumlI&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;</a>

ประวัติของเครื่องโรตารี่นั้น ย้อนไปในฤดูร้อนปี 1919 มีช่างเด็กหนุ่มอายุ 17 ปีคนหนึ่ง นามว่า
Felix Wankel นอนฝันหวาน ว่าอยากจะคิดเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบใหม่ ที่ไม่ซ้ำแบบลูกสูบของเดิม
หลัง จากนั้นมาเขาก็ลงมือออกแบบทันที และได้แรงบันดาลใจมาจากเครื่องจักร เทอร์ไบน์ (คล้ายๆกับเทอร์โบ ในปัจจุบัน) ก็วิจัยไปเรื่อยๆ จนได้รูปร่างมาเป็นเครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะ ที่จุดระเบิดแบบหมุนรอบตัวเอง อีก 5 ปีต่อมา
ในปี 1924 Wankel มีอายุ 22 ปี ยังคงสานฝันเกี่ยวกับเครื่องตัวนี้อยู่ โดยทดลองในLabเล็กๆของตนเอง ในช่วง
สงครามโลกครั้งที่ 2 Wankel ได้เข้าเป็นนายช่างทหารของกองทัพอากาศเยอรมัน ก็ได้ศึกษาเรื่องของเครื่องบิน
พบว่ามีลักษณะเป็นลูกสูบวางเรียง รอบๆข้อเหวี่ยง ก็เลยจุดประกายให้ออกแบบเจ้าลูกสูบสามเหลี่ยมนี่ขึ้นมา

      หลังจากสงครามสงบ Wankel ก็เข้าทำงานที่สถาบัน TES(Technical Institude of Engineering Study)   และพัฒนาเครื่องโรตารี่ต่ออีกจนสมบูรณ์ และพร้อมใช้งานในรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ได้จนสำเร็จออกมา
ก็ได้นำ โปรเจ็คนี้ไปเสนอบริษัท NSU ซึ่งเป็นบริษัทผลิตมอเตอร์ไซค์ เครื่องโรตารี่ตัวแรก จะอยู่ในมอเตอร์ไซค์ (ตอนนั้นยังไม่เรียกว่าโรตารี่แต่ขอเรียกว่าโรตารี่ก่อนละกัน) ในปี 1957 ก็ได้ทำสถิติในรุ่น 50 C.C. ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง
192.5 กม./ชม ชนะรายการ World granprix Championship เรียกความฮือฮาได้อย่างมาก เป็นนวัตกรรม
ใหม่ ของโลกในขณะนั้น หลังจากนั้นบริษัท NSU ก็ลงทุนวิจัยเข้าเครื่องตัวนี้ต่อไปในปี 1958 ก็ เอฟโวลูชั่น(พัฒนานั่นแหละ 555) โดยใช้ ระบบหล่อเย็นต่างๆให้กับเครื่องยนต์ นับว่าสมบูรณ์แบบแล้วในขณะนั้น ฝันเป็นจริงแล้วสำหรับ
การรอคอยความสำเร็จมาจนถึง 49 ปี ของบุรุษนามว่า Dr.Felix Wankel ในเดือน พ.ย.ปี 1959 เครื่องโรตารี่ก็อยู่
ในรถที่ออกจำหน่ายทั่วไป
               
         แต่ว่า..ในสมัยก่อนนั้น เครื่องโรตารี่จะมีปัญหาตงรที่ว่ากินน้ำมันมาก ความร้อนสูง สึกหรอและเสียหายเร็ว
ค่าบำรุงรักษาสูง จากเทคโนโลยีทางโลหวิทยาที่ยังไม่พัฒนา ไม่สามารถรองรับความจัดจ้านของเครื่องยนต์ได้จนเริ่ม
เสื่อมความนิยมลง  ในเดือน ก.ค.ปี 1961 Mr.tsuneji Matsuda ประธานบริษัท TOYO KOGYU ผู้ผลิตรถยนต์
MAZDA ก็ได้ซื้อลิขสิทธิ์เครื่องยนต์ Wankel(สมัยก่อนเรียกอย่างงี้ครับ) นำมาพัฒนาใหม่อีกรอบแต่ก็ยังพบปัญหาเดิมๆอยู่ ในเดือน เม.ย 1963   Mr.Keichi Yamamoto อายุ 47 ปี ก็ได้ลงมือพัฒนาอย่างจริงจัง แต่ก็ยังพบปัญหา
เกี่ยวกับ Apex seal แตกง่าย และซีลน้ำมันต่างๆ ที่รั่วง่าย พอรั่วแล้วมีควันขาวหนา และเครื่องพัง ตอนหลังได้พัฒนา
ร่วมกับ Nippon Piston Ring & Oil Seal co.Ltd ก็ช่วยแก้ปัญหาลงไปได้เยอะ


         สำหรับเรื่องราวและประวัติของโรตารี่นั้นยังมีอีกเยอะพอควรแต่ว่าเนื้อที่คอลัมน์ไม่พอ (ในหนังสือหน่ะเหอๆ)
เรา ตัดมาดูการทำงานของเครื้องยนต์ตัวนี้กันเลยดีกว่า (แต่ปอมอยากรู้ประวัติมากกว่านี้ หุหุแต่แค่นี้ก็พิมจนปวดหลังแล้ว)แต่ก่อนจะรู้การทำงานของมัน ก็จะขอแนะนำส่วนประกอบหลักๆกันก่อน เริ่มจาก...

1. Rotor Housing : มันก็คือ เสื้อสูบนั่นเองแต่จะไม่เหมือนเสื้อสูบของเครื่องธรรมดานะ ภายในจะเป็นรูปทรงรีจะเรียกว่า Oval Shape หรือ Trochoid ซึ่งเสื้อสูบนี้จะมีทั้งรูทางน้ำเดิน รูหัวเทียน และช่องพอร์ตไอเสีย ในนี้จะให้
ตัว Rotor หรือสูบหมุน คอยกลิ้งอยู่ในนี้พูดถึงช่องพอร์ต ในเครื่องโรตารี่รุ่นเก่าๆ จะมีเฉพาะ พอร์ตไอเสียบนนี้ ถ้าเป็น
พอร์ตไอดี จะอยู่ที่ side  housing ที่กำลังจะพูดถึงเป็นลำดับต่อไป ยกเว้นเครื่องยนต์ของ RX-8 ที่ย้ายพอร์ตไอดี
และไอเสีย มายังSide Housing ทั้งคู่ เรียกว่า Multiside Ports

2. Rotor : นั่นก็คือตัวลูกสูบหมุน ที่เป็นทรงสามเหลี่ยมนั้นเอง ผลิตขึ้นจากวัสดุพิเศษ เป็นเหล็กหล่อ
(สงสัยจะหน้าตาดี อิอิ) ที่ทนความร้อนและแรงเสียดสีได้ เป็นสามเหลี่ยมแบบด้านเท่า มีความหนาประมาณนิ้วกว่าๆ
ตรง กลางจะเป็น รู และมี ฟันเฟืองอยู่รอบๆเรียกว่า Stationary Gear ตัวเฟืองนี้จะมีแบริ่งสวมอยู่กับโรเตอร์ไว้ขบกับ Eccentric shaft (อย่าพึ่งทำหน้างงคับ เดี๋ยวจะว่ากันในข้อ 4 และเดี๋ยวเอารูปมาลงให้ดู)เพื่อส่งกำลัง
ปลายด้านแหลมของโรเตอร์จะมี "Apex Seal" ทำหน้าที่ป้องกันการรั่วของกำลังอัดที่มาจากการจุดระเบิด หน้าที่มัน
ก็คล้ายๆกับแหวนลูกสูบนั่นแหละ ตรงนี้ถ้าเครื่องมีสภาพที่ไม่ดี หรือปรับแต่งมาไม่ถูกต้อง บูสต์หนักเกินไป อาจเกิดอาการ
"แอพแตก"(คล้ายๆ แอ๊บแบ๊ว หรือแอ๊บแมน แล้วแต๋วแตกรึป่าวอะอิอิ Grin Grin)ก็คือ Apex Seal ตัวนี้เสียหาย
นั่นเอง ตอนนี้เค้าจึงเล่นกับซีลของแต่งที่ทนทานกว่าและตัว Apex Seal นี้จะมี Corner Seal คอยยึดไว้ ไม่ให้มัน
หลุดออกมา ตรงส่วนหนาของโรเตอร์ จะมีห้องเผาไหม้อยู่ด้านละ 1 ห้อง รวมเป็น 3 ห้องลักษณะก็จะเป็นหลุมลึกลงไป
นั่นเอง ส่วนการหมุนของโรเตอร์ จะหมุนแบบเยื้องศูนย์

3. Side Housing : ก็จะเป็นเสื้อสูบอีกแบบนึง ที่จะประกบกั้นด้านข้างของโรเตอร์ก็จะมีทั้งหมด
3 ชิ้นด้วยกัน คือ ชิ้นประกบ หน้า-หลัง และคั่นกลาง ตรงนี้จะมีพอร์ตไอดีอยู่ ส่วนเครื่องแบบ Multi Side Port
ก็จะมีพอร์ตไอเสียอยู่ด้วย

4. Eccentric Shaft (อ่านว่า เอคเซนทริคนะ(ถูกป่าวหว่า) ไม่ใช่อิเลคทริค ตอนแรกอ่านผ่านๆก็เป็นอิเลคทริค) ก็คือเพลากำลัง เปรียบเหมือนกับเพลาข้อเหวี่ยงในเครื่องลูกสูบชัก นั่นเอง สำหรับ Eccentric Shaft
จะเป็นเพลาแบบเยื้องศูนย์ มีแบริ่งคอยรับ และลดแรงฝืด ในขณะที่โรเตอร์หมุน มันก็จะส่งกำลังไปยังเพลากำลังโดย
ขบกันผ่านเฟืองอยู่กับที่ Stantionary gear) ที่เพลากำลัง โดยมีอัตราส่วนที่เฟืองโรเตอร์ และเฟืองเพลากำลังอยู่ที่
3:2 (เฟืองที่โรเตอร์หมุน 3 รอบ เฟืองที่เพลากำลังหมุน 2 รอบ)และจะมีรูสำหรับน้ำมันหล่อลื่นมาหล่อลื่น และระบาย
ความร้อนที่หน้าสัมผัส ระหว่างโรเตอร์กับเพลากำลัง ด้านหน้าของเพลานี้ยังมีตัวถ่วง Balance Weightและยังติดกับ
พู่เล่ย์ และฟลายวีล

อ่ะ ขอ ตัด นิดนึง "การทำงานของ เครื่องโรตารี่"

เมื่อมาถึงตรงนี้ จะสังเกตุได้ว่า เครื่องโรตารี่นั้น จะมีจังหวะการทำงานที่ "ถี่" มากๆ ต่อเนื่องกันตลอดไม่มี
หยุดนักขัตฤกษ์ เครื่องลูกสูบชัก จะทำงานได้ครบวงจร ต้องหมุนขึ้นลงสองรอบ (เพลาข้อเหวี่ยงหมุน720องศา(2รอบนั่นแหละเขียนให้งงทำไม)  Grin )
ก็จะได้ 1 แรง หรือ 1กลวัตร แต่เครื่องโรตารี่ โรเตอร์หมุนครบ 1 รอบ ก็จุดระเบิดไปแล้วตั้ง 3 ครั้งก็ไม่ต้องสงสัยว่า
ทำไมมันถึงได้แรงมหาศาลขนาดนั้น เมื่อเทียบกับเครื่องลูกสูบ โรตารี่ 2 โรเตอร์ จะมีห้องเผาไหม้ 6 ห้อง
(3x2 โรเตอร์(ทำหน้าที่เหมือนลูกสูบ)ตัวนึง มีห้องเผาไหม้ด้านละห้องสามเหลี่ยม สามด้าน ก็สามห้อง)
ก็เทียบเท่ากับเครื่อง 6 สูบแล้ว ส่วน 3 โรเตอร์ ก็เท่ากับเครื่อง 9 สูบ (โอ้โหวว )

เมื่อเทียบกับความจุ โรตารี่มีความจุน้อยกว่ามาก อย่าง 13B-REW มีความจุเพียง 1308 c.c. (654 c.c.ต่อ 1โรเตอร์) 
แต่ผลิตกำลังได้มากพอๆกับเครื่องลูกสูบ ความจุมากกว่าถึง 2 เท่า
ข้อ ดีของมันก็คือ การจุดระเบิดที่ต่อเนื่อง ชิ้นส่วนที่น้อย และเบา (ลองคิดดู ปอมว่าถ้านึกไปถึงเครื่อง V8 จะเป็นอะไรที่ใหญ่บิ๊กบึ้มมาก แค่ 6 สูบ 2Jก็แน่นแล้วนะ มันคงจะหนักน่าดู แต่เครื่อง3โรเตอร์ 1962 c.c ตีไปถากๆเป็น3สูบ มันฟังดูเล็กๆจิ๋วๆ เบาๆ)
ทำให้เครื่องนั้น ทำงานราบรื่น และจัดจ้านมาก รอบขึ้นเร็ว ให้กำลังมากกว่าในความจุเท่ากัน

แต่ข้อเสียก็มี เช่น กินน้ำมันมาก จากการที่มันจุดระเบิดถี่มาก ทำให้ต้องจ่ายน้ำมันมากตามไปด้วย และความร้อนจาก
การจุดระเบิดก็จะมาก(ก็ถี่ซะขนาดนั้น) ทำให้เครื่องโรตารี่ มีความร้อนค่อนข้างสูงกว่าเครื่องปกติ อะไหล่ และการบำรุง
รักษา ก็จะแพงกว่า


เครดิต Mr.Peep จากเวบ สยามดริฟเตอร์
บันทึกการเข้า

AREA TATTOO
VIP
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 457


Area Hell & Heaven Tattoo Studio


เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: 26 พฤศจิกายน 2009, 11:45:16 »

แล้วรถแบบนี้มีเครื่อง โรตารี มั้ยครับ
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=M75El3M7Qh0" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://www.youtube.com/watch?v=M75El3M7Qh0</a>
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: